เอาใจใส่และวางแผนในการเล่น บาคาร่าออนไลน์

อนามัยที่ดีของคนเรานับเป็นสิ่งที่ดีงามในชีวิตอนามัยที่ดีย่อมมีผล ถึงทำเอามนุษย์เรามีความสำราญในชีวิตการออกกำลังกายจึงเหมือนกับยาชนิดหนึ่ง ที่ส่งผลลัพธ์ให้ร่างกายของคนเราแข็งแรง สุขภาพอนามัยของคนเราก็เช่นเดียวกัน ถ้าเราไม่ใส่ใจรักษา มันก็จะเสื่อมคุณภาพลง  การสนใจ

ตั้งแต่แรกเป็นการเอาใจใส่สุขภาพที่ถูกต้องประเดิมจากการออกกำลัง การรับประทานอาหารที่มีคุณประโยชน์ต่อร่างกายต่อสุขภาพของเรา การรับประทานข้าวจึงเป็นส่วนสำคัญของร่างกาย คนที่ชอบรับประทานข้าวรสจัดก็เสี่ยงกับการเป็นโรคเบาหวาน คนที่รับประทานอาหารมันมาก ก็เสี่ยงกับการเป็นโรคอ้วน บาคาร่าออนไลน์ โรคเหล่านี้เป็นโรคที่ผลร้ายต่อสุขภาพของคนเรามาก ถ้าเราไม่ใส่ใจปล่อยให้บังเกิดกับร่างกายของมนุษย์เรา เราก็แย่ลง การเลือกรับประทานอาหารที่มีคุณประโยชน์ เช่นผักผลไม้ตามปริมาณที่เหมาะกับร่างกายเนื้อสัตว์ นม ไข่ อาหารการกินเหล่านี้ ล้วนเป็นคุณต่อร่างกาย คนเรา ถ้าเรากิน ตามปริมาณพอควร ก็ดี สำหรับร่างกายมนุษย์เรา แต่ถ้าเรากิน เกินสัดส่วน เราก็เกิดผลร้ายกับร่างกายคนเรา จะเห็นได้ว่าสมัยนี้มีโภชนาสำเร็จรูป มีจัดจำหน่ายตามท้องตลาดมากมายให้เราเลือกมาบริโภค แต่หารู้ไม่ว่าอาหารสำเร็จรูปที่ขายนั้น ไม่มีคุณภาพสักเท่าใดเพราะเขาจะไม่ใส่ใจในการปรุงสักเท่าไร

เพราะเขาจะทำขายในปริมาณมาก การทำอาหารทานเองเป็น การเอาใจใส่ต่อสุขภาพอนามัย เพราะคนอย่าง เราก็ต้องหาแต่สิ่งที่ดีๆมาทำ ในการปรุงแต่ ถ้าเราซื้อข้าวปลาอาหารสำเร็จรูปมาทาน เขาก็จะใช้วัตถุไม่ค่อยดีซะจำนวนมาก วัตถุปรุงแต่งชาติเหล่านี้มีผลต่อต่อร่างกาย ทำเอากระดูกพุเร็ว ทำให้เป็นความดันเลือดสูง ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพอนามัย

ประวัติความเป็นมา ของ ซอฟบอล

               ซอฟบอล เป็นกีฬาที่ถือกำเนิดขึ้นมาในประเทศ สหรัฐอเมริกา ลักษณะทั่วไปของวิธีการเล่น ส่วนใหญ่ คล้ายคลึงกับ กีฬาเบสบอล

       (Baseball) จึงเรียกได้อีกชื่อหนึ่งว่า เบสบอลในร่ม (Indoor Baseball) เพราะสามารถย่อปรับปรุง ให้เล่นในที่แคบ หรือภายในโรงฝึกพลศึกษาได้ ต้นกำเนิดของการเล่นซอฟบอล อันเชื่อถือได้นั้น ตามบทความ ในหนังสือ Indoor baseball Guide พิมพ์เมื่อปี 1906 โดย American Sports Publishing Company. กล่าวไว้อย่างละเอียดว่า เกมเบสบอลในร่ม ได้กำหนดขึ้นที่เมืองชิคาโก กล่าวคือ เมื่อปี 1887 สมาชิกสโมสรแล่นเรือชื่อ Farragut Boat Club ได้นัดร่วมประชุมกันใน โรงฝึกพลศึกษาแห่งหนึ่งในเมืองนี้ เนื่องจาก เทศกาลขอบคุณพระเจ้า พวกเด็ก ๆ ซึ่งติดตามมาด้วยกับบิดามารดา ต่างพากันเล่น อยู่ใน โรงฝึกพลศึกษานอกห้องประชุมนั้น โดยเก็บเอานวมเก่า ๆ ที่ทิ้งอยู่ภายในนั้น ขว้างรับกันไปมารอบ ๆ ห้อง อย่างสนุกสนาน ในขณะนั้น มีเด็กคนหนึ่ง ถือด้ามไม้กวาดเก่า ๆ และตีกลับไปทางคนที่โยนมาให้เขา ทำเลียนแบบการตีลูกเบสบอล ซึ่งเขาเคยได้เห็นการแข่งขันมาก่อน

        ขณะนั้น ยอร์ช ดับบลิว แฮนคอค (George W. Hancock) ซึ่งเป็นผู้นำทางสันทนาการในวันหยุด ประจำโรงฝึกพลศึกษาแห่งนี้ ขณะทำหน้าที่ควบคุมดูแลการเล่นของเด็ก ได้เกิดแนวความคิดใหม่ขึ้นมา โดยฉับพลัน จึงอุทานขึ้นว่า “Say, Boys, Let’s play ball” ดังนั้น เขาและพวกเด็ก ๆ ได้ช่วยกัน ยกเบาะมวยปล้ำมาวางทำเป็นเบส (base) หลังจากนั้นการเล่นก็ได้เริ่มขึ้น อย่างมีชีวิตชีวา โดยใช้ ด้ามไม้กวาด ซึ่งหักออกเป็นสองท่อน ขนาดยาวพอเหมาะทำเป็นไม้ตี ใช้นวมชกมวยเก่า ๆ แทนลูกบอล

        เย็นวันเสาร์ต่อมา อีกอาทิตย์หนึ่ง นายแฮนคอค นัดให้เด็กเหล่านั้น มาร่วมเล่นกันอีก ซึ่งในวันนั้น เขาได้จัดเตรียมไม้ที่หุ้มด้วยยาง และลูกบอลใหญ่ที่นิ่มกว่าไว้ให้ พร้อมทั้งตั้งกติกาง่าย ๆ บางข้อไว้ด้วย ครั้นเย็นวันเสาร์ดังกล่าวมาถึง แฮนคอคได้จัดเด็กออกเป็นสองพวก และอ่านกติกาการเล่น อธิบายวิธีเล่น แล้วจึงเริ่มเล่นกันอย่างสนุกสนาน เป็นประวัติการณ์ของการเล่นเบสบอลในร่ม อันเสมือน เป็นพิธีเกมใหม่ ของกีฬาประเภทนี้

      การเล่นเบสบอลในร่ม ซึ่งใช้ลูกบอลขนาดใหญ่ขึ้นนี้ ได้ถูกโยกย้ายออก ไปสู่สนามเล่นกลางแจ้ง ในฤดูใบไม้ผลิอย่างรวดเร็ว มีบางภาคของประเทศ เรียกชื่อการเล่นนี้เสียใหม่ว่า Indoor – Outdoor ก็มี

     เหล่าผู้นำกิจกรรมกลางแจ้ง แห่งเมือง มินนีอาโปลิส และ เซนต์ปอล ร่วมประชุมกัน เขียนกฎกติกา เป็นฉบับแรกเมื่อปี 1908 นับว่าเป็นต้นกำเนิดกติกาซอฟบอล ซึ่งได้ค่อย ๆ พัฒนามาจนถึงปัจจุบันนี้ ปีต่อมา Amateur Softball Association ก็ได้จัดตั้งขึ้นที่เมืองชิคาโก มลรัฐ อิลลินอยส์

     นับแต่ปี 1908 เป็นต้นมา เมื่อมีการจัดตั้งรูปสมาคมแห่งชาติ และพิมพ์กติกาคู่มือการเล่น ขึ้นเผยแพร่ ทำให้เกมซอฟบอลได้รับความนิยมแพร่หลายออกไป ทั้งในหมู่เด็ก และผู้ใหญ่ มากขึ้นเรื่อย ๆ จนเกือบ ทั่วประเทศ และได้พิสูจน์แล้วว่า แม้จะเล่นในร่ม หรือกลางแจ้ง ก็มีความสนุกสนานพอ ๆ กัน แต่ทว่า ต่อมาภายหลังนี้ คนนิยมเล่นกลางแจ้งมากกว่า บางทีมีการแข่งขันนัดสำคัญ ๆ เป็นประจำทุกปี มีทั้งผู้เล่น และ ผู้ดูเป็นจำนวนนับหมื่น นับว่ากีฬานี้มีผู้นิยม จัดอยู่ในอันดับนำของอเมริกา

ออกกำลังกายคลายเศร้าบรรเทาเครียด

ออกกำลังกายเป็นแนวทางหนึ่งที่จะคงไว้ซึ่งร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง ช่วยป้องกันโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน ความอ้วน และโรคอื่นๆอีกสารพัด และนับวัน ผลการวิจัยยิ่งชี้ชัดว่า การออกกำลังกายช่วยลดอาการทางจิตได้หลายอาการ ไม่ว่าจะเป็นความเครียดหรือซึมเศร้า ทั้งยังป้องกันการกลับเป็นซ้ำ

การออกกำลังกายไม่ได้หมายถึงการออกแรงอย่างหนัก เหงื่อตกมากๆ การออกกำลังกายที่ให้ผลทางสุขภาพจิตนั้นแม้เพียงแค่เดินปกติสัก 10 นาทีก็ได้ผลแล้ว เพราะเราไม่ได้มุ่งหวังจะลดน้ำหนักสัก 1 -2 กิโลกรัมที่ต้องวิ่งเป็นระยะทางไกลๆ วิ่งเร็วๆให้เหงื่อแตกพรั่กๆ
ในทางตรงกันข้าม การออกกำลังกายทางจิตวิทยานั้น หมายถึงการทำร่างกายให้แอคทีฟขึ้นเพื่อส่งผลให้ลดอารมณ์ทางด้านลบและเพิ่มอารมณ์ด้านบวกให้มากขึ้น และยิ่งมีการวางแผนให้เหมาะสมก็จะยิ่งได้ผลมากยิ่งขึ้นด้วย

แม้ว่า กลไกที่การออกกำลังกายส่งผลลดอาการ เศร้า เครียด กดดัน เหนื่อยล้าจิตใจ หงุดหงิดโมโห หรือแม้แต่สิ้นหวังนั้นยังไม่มีใครทราบแน่ชัด แต่ในทางสรีรวิทยา การออกกำลังกายช่วยเพิ่มระดับของสารเคมีในสมองหรือสารสื่อประสาทที่ปรับอารมณ์ให้ดีขึ้น อย่างเช่น เอนดอร์ฟิน (endorphins) ช่วยคลายกล้ามเนื้อ หลับลึกขึ้น ลดฮอร์โมนความเครียด และมีผลให้จิตใจสงบขึ้น

ประโยชน์ในทางสุขภาพจิต

– เพิ่มความสำเร็จและความเชื่อมั่นในตนเอง  ดอกเตอร์คริสตินกล่าวว่า ความรู้สึกเชื่อมั่นมั่นใจในการเปลี่ยนแปลงตัวเองสำเร็จเป็นพลังด้านบวกที่จะโน้มน้าวให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านบวกอื่นๆให้เกิดขึ้นตามมา คนที่ซึมเศร้าจะขาดความเชื่อมั่นในตนเอง ดังนั้นการได้ออกกำลังกายจะเป็นจุดเริ่มต้นของการกลับมาสัมผัสความสำเร็จเล็กๆขั้นต้นได้อีกครั้งหนึ่งอันเป็นก้าวแรกของก้าวต่อๆไป
– หันเหความสนใจไปในทางบวก  เมื่อเวลาที่เราเศร้าหรือเครียด เรามักสนใจหมกมุ่นกับตัวเอง กับอาการและผลของอาการ วนเวียนอยู่อย่างนั้น สิ่งนี้เป็นผลาญเวลาไปกับสิ่งที่ไม่มีประโยชน์ นอกจากนั้นมันยังลดประสิทธิภาพในการขบคิดแก้ปัญหา ในทางตรงกันข้าม การออกกำลังกาย ทำให้เราหันเหความสนใจออกไปเรื่องอื่น ละความคิดในแง่ลบลง จะได้พบเห็นสิ่งต่างๆ พบผู้คนช่วยผ่อนคลายได้เป็นอย่างดี
– เพิ่มความมีคุณค่าในตัวเอง  ฟื้นฟูอาการที่คิดว่าตัวเองไร้ค่าไร้ประสิทธิภาพ ออกกำลังกายแม้เพียงนิดก็ช่วยให้เรามองตัวเองดีขึ้น เห็นคุณค่าในตัวเรา และคิดที่จะทำตัวเราให้เป็นประโยชน์เพิ่มขึ้น
– จับคู่ในทางบวก  ในระหว่างการออกกำลังกายนั้น ร่างกายเรามีการเปลี่ยนแปลงของการหายใจ เหงื่อออก ชีพจรเร็วขึ้น อาการที่เกิดขณะออกกำลังกายเหล่านี้เกิดขึ้นคู่กับความรู้สึกดีๆทางจิตใจของการได้ออกกำลังกาย ดังนั้นโดยอัตโนมัติจิตใจของเราก็จะจับคู่อาการใจสั่น เหงื่อออก หายใจเร็วหรือขัด ไปในทางบวก ต่อต้านกับความรู้สึกเดิมๆ ทำให้เรามองหรือเห็นอาการทำนองนี้ไปในด้านบวกมาก
– สิ่งแวดล้อมพร้อมสนับสนุน  การออกกำลังกายเปิดโอกาสให้เราได้สัมผัสกับสิ่งแวดล้อม ผู้คนแวดล้อมในทางบวก พบปะผู้คน ยิ่งเป็นผู้คนที่ชอบออกกำลังกาย คนเหล่านี้อารมณ์แจ่มใส  เสริมอารมณ์ให้แจ่มใสง่ายขึ้น
– ทักษะการคิดในทางบวก การทำอะไรในทางบวกที่จะจัดความเครียดความเศร้าเป็นประสบการณ์ด้านบวก  การได้ช่วยตัวเองด้วยการออกกำลังกายจึงทักษะหรือประสบการณ์ในด้านบวกให้เพิ่มมากขึ้น
–        การฝืนความฝืด  การลุกขึ้นมาออกกำลังกาย เป็นความฝืดที่ยิ่งใหญ่แบบหนึ่ง  แนวทางบางประการที่จะช่วยลดความฝืดเหล่านั้นลง  เช่น หาวิธีออกกำลังกายแบบที่เราสนุก ไม่ว่าจะเป็นชนิดของการออกกำลังกาย เวลาที่สะดวก สถานที่รู้สึกดีๆ ตั้งเป้าแบบที่เป็นไปได้ การตั้งเป้าแบบเริ่มต้นก็จะออกกำลังกายหนึ่งชั่วโมงต่อวันนั้น บางทีเป็นเป้าที่สูงเกินจริง ค่อยๆเริ่มค่อยๆทำครับ อาจแค่วันละ 5 นาทีแล้วเพิ่มก็ได้ จะได้มีกำลังเพราะทำสำเร็จได้ง่าย    ซอยย่อยแผนการออกกำลังกาย ให้แบ่งเป็น เดิน 10 นาที แกว่งแขน 5 นาที พัก 5 นาที วิ่งอีก 10 นาที   อย่าคิดว่าการออกกำลังกายเป็นภาระ ให้คิดเสียว่า มันเป็นยาชนิดหนึ่งที่จะช่วยรักษาหลายโรค ทั้งยังลดความเฉื่อย เพิ่มความเชื่อมั่น เพิ่มการมองแง่บวก ฯลฯ

การแบ่งแผนการออกกำลังเป็นข้อย่อยๆ ช่วยให้เวลาที่เราทำไม่สำเร็จในขั้นใด จะไม่เสียหายไปทั้งหมด ไม่ต้องเริ่มใหม่หมด เราสามารถที่จะเริ่มต้นในจุดต่อไป ยึดมั่นกับการแผนออกกำลังกาย การเริ่มต้นเป็นสิ่งที่ยาก แต่การรักษาไว้ดูจะยากยิ่งกว่า สถานการณ์ไม่คาดฝันที่อาจจะเกิดขึ้น เช่น ฝนตก มีทางเลือกอื่นๆของการออกกำลังกาย  การคิดถึงผลดีต่างๆในการออกกำลังกายและสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปในทางดีที่เกิดขึ้นจะช่วยให้เรายึดอยู่กับออกกำลังกายได้นานขึ้น

เล่น maxbet เป็นยาที่สุดพิเศษที่สุดในชีวิต

การบริหารร่างกายคนเราทั้งหมดคาดว่ามันเป็นสิ่งที่อาจมิได้ความหมายหนาหูหนาตาอะไรในชีวิต แต่พวกเขาสำนึกผิดมาก เพราะว่าการออกกำลังกายเป็นยาที่สุดพิเศษที่สุดในชีวิต ค้นหาที่ไหนก็ไม่ได้ใคร่ได้ต้องทำเอง

การบริหารร่างกายช่วยทำให้กระตุ้นเร้าร่างกายทุกส่วนเกิดการเคลื่อนที่ได้ทุกรูปทรงบางท่านกินเพียงอย่างเดียว ไม่ยอมออกกำลังร่างกายไม่ได้เผาผลาญไขมันก็ทำเอาเป็นโรคอ้วนได้ง่ายตอนรุ่นยังไม่มากเท่าไร ความกระทบกระเทือนก็ยังไม่ร้ายแรงเพราะภูมิคุ้มกันยังดีอยู่ แต่จะรับผลตอนที่อายุเราเพิ่มมากขึ้นเพราะภูมิต้านทานเราไม่ดี โรคทุกสิ่งสรรพก็จะมาสู่เรา ตอนเราอายุเยอะขึ้น ถ้าคนไม่ให้จุดสำคัญกับอนามัยร่างกายของตนเอง maxbet ร่างกายมนุษย์เราก็ประดุจดังพฤกษาต้องรดน้ำเอาใจใส่ใส่ปุ๋ย คนเราก็ต้องกินอาหารภูมิอากาศดี ออกกำลังเพื่อเป็นเหตุให้ร่างกายรื่นเริงสุขภาพอนามัยร่างกายเราก็สดชื่นไม่กังวลการบริหารร่างกายยังช่วยตากสมองให้ตัวเองได้ดีอีกด้วย เวลาเราไปออกกำลังในที่สวนทั่วไป เราก็จะได้เจอสนทนาปราศรัยกับคนหลายหลากได้หย่อนใจ เพราะใครต่อใครมีเป้าหมายเดียวกัน เพื่อมาออกกำลังจะสังเกตจากคนสูงวัย เขาจะตื่นตั้งแต่เช้ามืด เพื่อมาเดินออกกำลังในเช้าเพื่อร่างกายเบิกบานบางคนเดินมาจากที่พักไปค๊อฟฟี่ช็อป

เพื่อออกกำลังขา แล้วยังได้ไปสังสรรค์ผู้คนคุยทำให้ตัวเองหย่อนอารมณ์ การที่เราตื่นเช้าตู่ เราจะได้ผลประโยชน์ชีวิตเป็นอย่างมากอากาศก็ชุ่มชื่น เหมาะแก่การบริหารกายทำให้ร่างกาย กระปรี่กระเป่า คนที่ออกกำลังซ้ำแล้วซ้ำเล่าเขาจะมีร่างกายที่กำยำล่ำสัน กว่าคนที่ชอบใจนอนตื่นสาย ตื่นมาก็กินกาแฟ อ่านหนังสือพิมพ์ ทำให้เขาไม่ได้รับบรรยากาศดีๆ ตอนเช้า

“บี้ สุกฤษฎิ์” เมื่อ “ชีวิต ต้องแลกด้วย “ชีวิต”

นับจากหนุ่มเหนือ “บี้-สุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว ก้าวเท้าออกจากเวทีประกวดเดอะสตาร์ ค้นฟ้าคว้าดาวปี 3 ด้วยรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 และฉายาเจ้าจิ้งจกน้อย ความน่ารัก ขี้เล่น เฉพาะตัวของเขากลายเป็นแรงผลักดันให้เขาเดินทางไปได้ไกลกว่าศิลปินคนอื่นที่มาจากเวทีประกวดเดียวกัน

จากนั้นไม่นานงานในวงการบันเทิงทั้งละคร เพลง ภาพยนตร์หรือแม้แต่ละครเวทีก็ถาโถมเหมือนท้าทายเพื่อพิสูจน์ความสามารถ แต่เมื่อดาวก็คือดาว บี้ สุกฤษฎิ์ ผ่านบททดสอบเหล่านั้นโดยมีรางวัลทั้งในประเทศและต่างประเทศการันตี แสงเจิดจ้าฉายส่องจนอาจกล่าวได้ว่าเขาน่าจะเป็นศิลปินเพียงคนเดียวในบ้านเราที่กำลังเดินไปสู่การเป็นซูเปอร์สตาร์เมืองไทยเช่นเดียวกับ เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์

จากวันนั้นถึงวันนี้ครบ 10 ปีพอดี สำหรับบี้เป็นเวลา 10 ปีที่เปิดโลกและเปลี่ยนชีวิตของเขาไปจนหมดสิ้น Sanook! Music กับบทสัมภาษณ์ซูเปอร์สตาร์ตัวจริง บี้ สุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว

อยู่ในวงการบันเทิงมา 10 ปี คุณคิดว่าได้อะไรจากวงการนี้

วงการนี้ให้อะไรกับผมหลายอย่าง แต่ที่โดดเด่นที่สุดคือประสบการณ์ชีวิต เพราะผมจบวิศวะมาประสบการณ์ชีวิตผมน้อยเจอแค่พ่อแม่ เพื่อน แล้วก็เรียน ไม่ได้ไปไหน พอเข้าวงการเหมือนเปิดอีกโลกนึงเลย จากโลกของหลักการและเหตุผล กลายเป็นโลกของอารมณ์ความรู้สึก แล้วเราก็ได้เห็นประสบการณ์ชีวิตนั้นจากจอโทรทัศน์ จากเบื้องหลังมากมายมีทั้งดีและไม่ดี ได้เรียนรู้โดยที่เราไม่ต้องเจอด้วยตัวเอง บางครั้งได้เรียนรู้จากนักแสดงคนอื่น ผู้หลักผู้ใหญ่ ด้วยประสบการณ์ที่เรามองเห็น คนนี้มีลักษณะนิสัยยังไง ประสบการณ์ชีวิตเค้าเป็นแบบไหน

ที่ผ่านมาคุณได้ทำงานกับคนเก่งๆ มากมายเช่นคุณบอย ถกลเกียรติ คุณได้เรียนรู้อะไรจากเขาบ้าง

ผมได้เรียนรู้จากคุณบอยค่อนข้างเยอะ เค้าเป็นคนที่มีไฟในตัวตลอดเวลา บางคนที่มีความฝันบางครั้งคนนั้นคนนี้มาพูดเพื่อทำลายความฝัน ไฟก็จะดับเหมือนเป่าเทียนดับ แต่ของพี่บอยเค้าเหมือนเป็นคบเพลิงดวงใหญ่ๆ ความฝันเค้าใหญ่มาก ใครมาพูดจาทำลายความฝันเค้าไม่ได้ เค้ามั่นใจว่าความฝันเค้าต้องเป็นจริงได้ อย่างคุณบอยฝันว่าจะทำช่องทีวี เค้าก็ทำได้แล้ว สิ่งที่ชัดคือเค้ามีความมั่นใจ แล้วลงมือทำ ฝันเค้าใหญ่มาก มีแรงในการทำงานทุกๆวัน

การมีชื่อเสียงสำหรับตัวเรา คิดว่ามันเป็นเรื่องที่ดีหรือเปล่า

ผมไม่รู้คนอื่นมองว่ามันเป็นสิ่งที่ดีหรือเปล่า แต่สำหรับผมคิดว่ามันมาพร้อมกับการทำงาน ซึ่งบางครั้งเราก็ไม่ได้ยินดีกับมันมากสักเท่าไหร่ในเรื่องชื่อเสียง อยากที่จะใช้ชีวิตแบบสบายๆ เพราะเราก็มีโลกส่วนตัวค่อนข้างสูง (หัวเราะ) แต่เราก็ต้องยอมรับ เพราะมันมาจากการที่เราเป็นนักร้อง เราไม่รู้ว่าเบื้องหลังมันจะตามมาด้วยอะไร แต่ว่าเราแค่อยากเป็นนักร้องเท่านั้น แต่พอเป็นนักร้องปุ๊บ! สิ่งที่ตามมาคือชื่อเสียง มันก็สนุกดีนะ สักพักสิ่งที่ตามมามีทั้งข่าวดี ข่าวเสีย หลายๆ อย่าง เราก็ตอบแบบแบ่งรับแบ่งสู้แล้วกันว่า ความมีชื่อเสียง ไม่ได้ดีสำหรับเรา และไม่ได้แย่สำหรับเรา (ยิ้ม)

ระยะหลัง ผลงานต่างๆ ของคุณไม่เปรี้ยงเท่าที่ควร สำหรับคุณแล้วรู้สึกว่าเป็นช่วงขาลงของตัวเองหรือเปล่า

ถามว่าช่วงขาลงไหม ไม่ใช่ เราต้องบอกว่าโลกเปลี่ยน มันเป็นช่วงที่พวกเราที่อยู่ในวงการบันเทิงมานานแล้ว พวกเราไม่ได้ผิดแต่โลกมันเปลี่ยน มันมีงานใหม่  ไม่ว่าจะเป็นผู้คน หรืองานศิลปะใหม่ๆ ที่ให้เสพเยอะขึ้น ทางเลือกเริ่มเยอะขึ้น เทคโนโลยีในการทำเพลงเริ่มเยอะขึ้น ทำได้ง่ายขึ้น ทำหนังทำละครง่ายขึ้น มี Youtube ให้ทุกคนมาแจ้งเกิดโลดแล่นในวงการบันเทิงง่ายขึ้น มีเว็บไซต์ให้คนได้ออกสิทธิ์ออกเสียงง่ายขึ้น มี Facebook สร้างคนให้มีชื่อเสียงมีตัวตนในวงการบันเทิงง่ายขึ้น ตรงนี้ทำให้คนสามารถเลือกเสพอะไรได้เยอะขึ้น ฉะนั้นจะบอกว่าขาลงมันตอบไม่ได้ เรายังอยู่ในวงการบันเทิง เรายังทำงานเต็มที่ เพียงแต่ว่าโลกมันเปลี่ยนไปเร็ว ทำให้มีตัวเลือกมากขึ้นเท่านั้นเอง

ทุกคนพยายามผลักดันให้คุณเป็นซูเปอร์สตาร์เทียบเท่าพี่เบิร์ด สำหรับคุณรู้สึกอย่างไร

เรื่องผลักดันเราก็ปฏิเสธไม่ได้ ต้องขอบคุณที่มองเห็นว่าเรามีศักยภาพ แต่ถ้าถามใจผม เราแค่ชอบร้องเพลง อยากให้ความสนุกกับคนดูด้วยการร้องเพลง เรื่องเทคนิคการร้อง ลีลา เราเทียบพี่เบิร์ดไม่ได้หรอก พี่เบิร์ดทั้งลีลาการร้อง การเต้น การแสดงเค้าสูงส่ง เราเทียบเค้าไม่ได้หรอก ประสบการณ์พี่เค้าเยอะ เราแค่อยากทำอะไรก็ได้ให้เรามีความสุข ไม่ให้ใครเดือดร้อนและให้คนที่มาดูเรามีความสุขด้วย นี่คือจุดประสงค์ของเราเท่านั้น ส่วนชื่อเสียงหรือยศต่างๆ ที่คนดูมอบให้นั้นก็ต้องขอบคุณครับ

ตั้งแต่ก่อนเข้าวงการจนถึงปัจจุบัน คุณรู้สึกว่าทัศนคติหรือมุมมองต่อเรื่องต่างๆ ของตัวเองเปลี่ยนไปไหม

ปกติคนเราจะเปลี่ยนทุกๆ 3 – 5 ปีใช่ไหม ทัศนคติของคนก็เปลี่ยนไปตามช่วงอายุ แต่ของเราจะเปลี่ยนเร็วกว่าเพื่อนๆ นิดนึง เพราะมาเจอคนในวงการ ได้เห็นหลากหลาย คนนั้นเป็นแบบนั้น คนนี้เป็นแบบนี้ พอได้เล่นละครทำความเข้าใจตัวละครตั้งแต่รากฐานจนถึงปัจจุบันว่าตัวละครตัวนั้นต้องเล่นเป็นยังไง ในบ้างครั้งก็ต้องทำความเข้าใจตัวละครตัวอื่นๆ  จึงทำให้การมองเห็นคน มองเห็นโลกและทัศนคติเปลี่ยนไปเร็วกว่าเพื่อนๆ รุ่นเดียวกัน ก็เป็นไปตามช่วงอายุ แล้วแต่ว่าเราไปเจออะไรมาบ้าง รูปลักษณ์ภายนอกก็เปลี่ยนแก่ขึ้น (หัวเราะ)

ตอนนี้สำหรับคุณถือว่าคุณอยู่ในตำแหน่งที่สูง คุณรู้สึกกดดันไหม อย่างที่เค้าว่ากันว่า “ยิ่งสูง ยิ่งหนาว”

ตอนเข้ามาสัก 3 ปีแรก เราไปเร็วจนเรารู้สึกกดดัน กดดันว่าคนจ้องว่าเป็นซูเปอร์สตาร์ รู้สึกกดดันมากๆ จนลืมเรื่องความสุขในการเข้ามาในวงการบันเทิง ให้ความสุขกับเพลง ให้ความสุขกับแฟนเพลง แล้วเค้ามีความสุขกลับมา เราลืมตรงนี้ไป พอคิดได้ปุ๊บ เลิกกดดันเลย การที่จะอยู่บนเวทีแล้วเป็นคนที่เพอร์เฟคทุกอย่างมันเป็นแค่จินตนาการทั้งนั้น จริงๆ แล้วความเป็นศิลปะคือความสุขบนเวที จะร้องผิดบ้างร้องเพี้ยนบ้าง กลิ้งตก ล้ม มันก็เป็นธรรมชาติ ฉะนั้นความกดดัน ความไม่เพอร์เฟคทิ้งไปเลย เอาความสุขครับ (ยิ้ม)

ในตำแหน่งที่คุณยืนอยู่ การคิดเรื่องความรัก ความสัมพันธ์ มันยากแค่ไหน

ยาก เพราะว่าเวลาของเรามี 24 ชม.เท่ากัน แต่ว่าเราให้เวลากับงานซะเยอะ เวลาให้ตัวเองก็น้อยลง เวลาที่อยู่กับครอบครัวก็น้อยลง กับเพื่อนก็น้อยลง อ้าว! เรื่องความรัก เรื่องแฟน ยิ่งน้อยลงเข้าไปใหญ่ นี่เป็นอีกหนึ่งปัญหาสำหรับตัวผม การคบใคร พอเป็นข่าวอยู่ได้ไม่ยืนยาวบ้าง คนนั้นคนนี้มีคนใหม่ มันก็เป็นช่วงชีวิตหนึ่ง เรื่องความรักเลยเหลือน้อย ฉะนั้นความรักสำหรับผมก็เป็นเรื่องลำบากที่จะมีแบบยั่งยืน บางครั้งอาจจะมาแบบฉาบฉวย

เด็กรุ่นใหม่ที่อยากเข้าวงการ มักมองคุณเป็นไอดอล ถ้าเขาคิดจะเดินและทำตามคุณ คุณอยากให้เขาลอกเลียนเรื่องอะไรจากตัวคุณ

ผมอยากให้เค้าลอกเลียนด้านความมีวินัย และการจุดประกายในตัวเอง หลายๆคนชอบคิดว่าทำไม่ได้ สิ่งไหนที่ทำไม่ได้ไม่ว่าจะเป็นนักร้อง หมอ ตำรวจ อาชีพอะไรต่าง ๆ เขาจะคิดว่าทำไมได้หรอกจุดนั้นมันไกล แล้วดับฝันของตัวเองตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มต้น ถ้าเกิดผมดับฝันตัวเองตั้งแต่ต้น ป่านนี้ผมคงไปอยู่ที่ไหนสักที่นึง ผมเข้ามาตอนแรกทำไม่ได้เลยร้องก็ไม่ได้ เต้นก็ไม่ได้ การแสดงเอ็นเตอร์เทนก็ไม่ได้ ได้แต่ยิ้มๆ ขายความน่ารัก หลังจากนั้นเราก็เริ่มเรียนรู้สิ่งต่างๆ เรียนเต้น เรียนร้อง เรียนการแสดง ศึกษาต่างๆ ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังจนก้าวหน้ามาได้จนถึงทุกวันนี้ เราไม่ได้ภูมิใจในตัวเองที่เรามาถึงจุดนี้ได้ แต่เฮ้ย! เราภูมิใจที่เราได้จุดประกายความฝันให้เด็กๆ รู้ว่าในเมื่อคุณมีจินตนาการแล้วขอให้ทำตามนั้นอย่าไปดับฝัน ฉะนั้นผมดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการเติมเต็มจินตนาการของพวกเขา พี่บี้ทำได้ เราก็ต้องทำได้

การเป็นคนของประชาชน สิ่งที่คุณได้รับทั้งหมด คุณต้องแลกอะไรไปบ้าง

มันก็เหมือนกับการเอาชีวิตไปแลก อย่างการเป็นนักข่าว เป็นคนทำเว็บไซต์ทำงานเสร็จเลิกกลับบ้านเป็นตัวของตัวเองได้ หรือออกจากออฟฟิศไปเดินเล่นเป็นตัวของตัวเองได้ แต่ผมเลิกงานแล้วออกไปเดินข้างนอกมันก็เหมือนกับทำงาน ออกไปเดินปุ๊บ!นั่นพี่บี้นี่นา ขอถ่ายรูปหน่อยซิ เราจึงเหมือนทำงานตลอด 24 ชม. แต่งตัวก็ต้องดูดี จะไม่แต่งหน้าทำผมเลย ใส่กางเกงขาสั้นขอบตาคล้ำ เจอผู้คนเข้าไป นั่น! พี่บี้นี่นา ไม่เหมือนในทีวีเลย ไม่ชอบละ ชีวิตของคนในวงการบันเทิงก็เหมือนการเอาชีวิตเข้าไปแลกเลย ถามว่าศูนย์เสียอะไร ก็ชีวิตของตัวเองทั้งชีวิต

การมาถึงจุดนี้ได้ คุณรู้สึกว่าการสร้างภาพลักษณ์มีความจำเป็นไหม

ถ้าเป็นภาพลักษณ์ที่ขยายออกมาจากตัวตนที่แท้จริงของเราให้ดูเด่นชัดขึ้นมันก็จำเป็น แต่ถ้าภาพลักษณ์ที่สร้างขึ้นเพื่อเสแสร้งเพราะอยากให้สังคมรู้ว่าตัวเราเป็นแบบนั้น ทั้งที่ไม่ใช่นอกจากจะไม่จำเป็นแล้วยังเข้าข่ายหลอกลวงอีกครับ

ในช่วงเวลานี้สิ่งที่คุณให้ความสำคัญมากที่สุดคือเรื่องอะไร

ผมนึกถึงปัจจุบันสำคัญที่สุด ผมเคยบวชมาแล้ว 2 ครั้ง เวลาคิดอะไรจะคิดแบบพระพุทธศาสนานิดนึง (ยิ้ม) เพราะเราบวชแล้วเลยรู้สึกว่าพระพุทธศาสนานั้นสำคัญ  เวลาคิดอะไรก็จะเชื่อมโยง ถามว่าให้ความสำคัญอะไรที่สุดก็คือปัจจุบันนี่แหล่ะ ไม่รู้ว่าเราจะอยู่ได้นานแค่ไหน ไม่ได้แช่งตัวเองนะ แต่เป็นเรื่องจริง เราเห็นคนรอบๆ ตัวเราล้มหายตายจากไป อ้าวยังไม่แก่เลย โลงศพไม่ได้มีไว้ใส่คนแก่นี่นา เด็กก็ใส่ได้ (หัวเราะ) ฉะนั้นเมื่อชีวิตของเรายังครบ 32 ก็ทำทุกๆ วันให้มันดีที่สุด เราจะได้ไม่เสียดาย

ในฐานะรุ่นพี่ที่ประสบความสำเร็จจากเวทีประกวดเดอะสตาร์ แต่ระยะหลัง รู้สึกว่าศิลปินจากเวทีนี้ไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าไหร่นัก ส่วนตัวคุณคิดว่าเป็นเพราะอะไร

ผมว่ามันเป็นเรื่องของไซเคิลในวงจรต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแฟชั่น เรื่องเพลง ดีไซต์การตกแต่งร้าน ข้าวของ โดยประมาณ 10 ปี มันก็จะหมดรอบของมัน แล้วเดอะสตาร์ก็ 12 ปี แล้ว การที่เราทำรูปแบบเดิมซ้ำๆ กรรมการชุดเดิม โจทย์เพลงเดิมๆ โลกมันเป็นไป ความคิดคนเปลี่ยนไป เราทำอะไรซ้ำๆ ไม่ได้แล้วเราต้องเปลี่ยน เปลี่ยนกรรมการ เปลี่ยนรูปแบบใหม่  เปลี่ยนโจทย์การร้องเพลง ในปีนี้เรทติ้งก็ค่อนข้างดี แต่เราก็ต้องยอมรับว่าสิ่งที่เราทำซ้ำๆ ทำให้เราตะหนักว่าเราต้องเปลี่ยนทุกอย่าง พอเปลี่ยนกระแสตอบรับก็ดีขึ้น

เคยคิดสักนิดนึงไหมว่าจุดที่คุณยืนอยู่มันคือโลกมายา

คิดตลอดครับ อย่าว่าแต่วงการนี้เป็นโลกมายาเลย ในการใช้ชีวิตของคนปกติก็เป็นโลกมายาเช่นกัน บางคนในกลุ่มเพื่อนยังเจอ ฉันเจอเธอ เมื่อวานไปทำอะไรมาบ้าง เมื่อวานไปกินข้าวกับเพื่อน เพื่อนที่ไหน แฟนแก อ่ะ! ก็เจอมายา กลับบ้านไปเจอพ่อแม่ อ้าวลูกลำบากไหม พ่อแม่ให้เงินไปอย่างงั้นอย่างงี้  จริงๆ แล้วพ่อแม่ไม่มีเงินพยายามทำงานหาเงินให้ลูก แล้วบอกลูกว่าบ้านร่ำรวยนี่ก็เป็นหนึ่งอย่างของความมายา มายาของความเมตตา  มายาของความอิจฉา ซึ่งมันมีมายาในหลายรูปแบบ ละครก็เอามาจากชีวิตจริงที่เลือกหยิบมายาที่โดดเด่น จะบอกว่าคนวงการบันเทิงคือโลกมายา แต่ก็อย่าลืมว่าคนปกติก็โดนมายาครอบงำเหมือนกัน

ถ้าจะบอกกับเด็กรุ่นใหม่ที่จะเดินเข้ามาในวงการบันเทิง คุณอยากบอกอะไรกับพวกเค้า ขอ 3 คำ

3 คำเองเหรอ (หัวเราะ)  มัน  หนัก  มาก

10 ปีที่เรารู้จัก บี้-สุกฤษฎิ์ นี่คือตัวตนจริงๆ ของคุณที่คนทั่วไปจะสามารถสัมผัสได้แม้คุณจะออกจากวงการไปแล้วหรือเปล่า

ใช่ครับตัวตนผมเป็นแบบนี้ เห็นในทีวีแบบไหน ตัวตนผมก็เป็นแบบนี้แหล่ะ เพราะว่าการสร้างรูปลักษณ์แบบต่างๆ เราไม่ถนัด ถ้าเกิดว่าผมเป็นคนสร้างภาพลักษณ์มันสร้างได้ไม่นาน สุดท้ายเราก็ทนไม่ไหว ก็จะเกิดจุดเปลี่ยน เผลอๆ โดนด่าอีก เป็นตัวของตัวเอง เพียงแต่ว่าอันไหนที่มันไม่ดีไม่งามไปทำโดยไม่ต้องออกสื่อหรอก ไปทำที่ลับๆ เพียงคนที่รู้จักเพียงไม่กี่คน เล่าเรื่องดีบ้าง ไม่ดีบ้าง เช่น ไปเล่าว่าฉันเป็นแบดบอยอย่างไร  แต่เราเลือกที่จะแสดงออกและเผยแพร่สิ่งที่ดีงามจะดีกว่า

ซูเปอร์สตาร์เป็นคำต่อท้าย บี้-สุกฤษฎิ์ สำหรับคุณจะอธิบายคำๆ นี้ว่าอย่างไร

สำหรับผมคนๆ นั้นต้องเก่งจริงๆ ได้รับการยอมรับจากสังคม และข้อสุดท้ายคือระยะเวลา ไม่ใช่เข้ามาได้ ปีนึง คนก็บอกเป็นซูเปอร์สตาร์ ก็แล้วแต่มุมมองเค้า แต่มุมมองของเราดูจากระยะเวลาด้วย อย่างเช่น พี่เบิร์ด มีครบ ระยะเวลา การยอมรับทางสังคม ประสบการณ์ อยู่มาได้อย่างยาวนานเหมาะสมที่จะเป็นซูเปอร์สตาร์ หรือ พี่นก สินจัย คือนิยามแบบนี้ คือคำว่าซูเปอร์สตาร์สำหรับเรา

อ่านบทสัมภาษณ์จบแล้วก็เข้าใจในทันทีว่าทำไม บี้ สุกฤษฎิ์ จึงมีแฟนคลับมากมาย ทำไมเขาถึงเป็นศิลปินที่ได้รับรางวัลขวัญใจมหาชนจากไนน์เอ็นเตอร์เทน อวอร์ดส์ เป็นเวลาถึง 5 ปีซ้อน นั่นเป็นเพราะเขายอมแลกทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นเวลาส่วนตัว ความพึงพอใจบางอย่าง และแม้กระทั่งความรัก อันจะนำมาซึ่งเป้าหมายอันสูงสุดของเขานั่นคือความสุข และความบันเทิงของผู้ชม ที่เขามองว่าคุ้มเกินคุ้ม